บทที่ 11 เมียบำเรอล้างหนี้ EP11

“กระโดดลงไปสิ ถ้าคิดว่าขาหักๆ ของเธอจะวิ่งหนีฉันพ้น”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยท้าทาย อดิกุลกอดอกมองอย่างไม่สะทกสะท้าน ต่อให้เธอรอดจากการตกลงไปได้ ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากอาณาจักรที่เขาเพิ่งวางกำลังคนไว้ได้อยู่ดี บริเวณทางขึ้นชั้นล่างมีลูกน้องเฝ้าอยู่สี่คน ตลอดเส้นทางไปจนถึงรั้วอัลลอยด์ก็มียามเดินลาดตระเวน ถ้าเธอจะหนีไปได้ก็คงต้องมุดดินหนีเท่านั้น มาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มร้าย ไม่เคยมีใครหนีรอดจากกรงเล็บของเขาไปได้ หากเขาไม่อนุญาต

เมธาวารีที่ได้ยินเสียงเยาะเย้ยดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก็กัดฟันกรอด เป็นไงเป็นกัน เจ็บเป็นเจ็บ อย่างน้อยๆ ถ้าบาดเจ็บหนัก เธอก็ต้องถูกส่งไปโรงพยาบาล ถึงตอนนั้นค่อยหาทางแจ้งตำรวจก็ยังไม่สาย

หญิงสาวตัดสินใจปล่อยมือจากลูกกรง

ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ร่างบางกำลังจะทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่าง ฝ่ามือใหญ่ราวกับคีมเหล็กก็พุ่งเข้ามาคว้าท่อนแขนเรียวของเธอไว้ได้ทันท่วงที

“ว้าย!”

เมธาวารีหวีดร้องลั่นเมื่อร่างของเธอถูกกระชากและเหวี่ยงข้ามลูกกรงระเบียงกลับเข้ามาด้านในอย่างแรง ร่างบอบบางลอยละลิ่วก่อนจะตกลงมากระแทกกับพื้นกระเบื้องดังตุบ ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความจุกและเจ็บแปลบที่สะโพก

“ออกไปให้หมด” อดิกุลหันไปสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด

เมื่อลูกน้องถอยออกไปและปิดประตูห้องจนสนิท มาเฟียหนุ่มก็หันกลับมากระชากต้นแขนของหญิงสาวที่กองอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นตามแรงดึง เมธาวารีถูกลากถูลู่ถูกังเข้ามาภายในห้องอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกเหวี่ยงลงไปบนเตียงนอนคิงไซส์สีเทาเข้มอย่างแรงจนจุกซ้ำสอง

“ออกไปนะ อย่าเข้ามา” เมธาวารีกระถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนเองออกช้าๆ และคืบคลานขึ้นมาบนเตียง

“อะไรกันสาวน้อย ลืมไปแล้วหรือไงว่านี่ห้องของใคร และตอนนี้ เธออยู่ในฐานะอะไร” อดิกุลถามด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ แววตาสีนิลทอประกายหยาบโลน

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะออกไป” เมธาวารีไม่ทนฟัง เธอเบี่ยงตัวหลบ หมาดจะพุ่งตัวกระโจนลงจากเตียงอีกฝั่ง แต่ทว่ามันกลับไม่ง่ายดายเช่นนั้น เมื่อข้อเท้าเล็กถูกฝ่ามือร้อนผ่าวตะปบจับไว้แน่น ก่อนจะออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างของเธอก็ไถลกลับมาอยู่กลางเตียงตามเดิม

“กรี๊ด ปล่อยฉันนะไอ้บ้า”

เมธาวารีร้องเสียงหลงด้วยความตกใจกลัว ทว่ายังไม่ทันจะได้ดิ้นรนหนี ร่างหนากำยำราวกับหินผาก็โถมทับลงมาตรึงร่างของเธอเอาไว้กับที่นอนนุ่ม ความหนักหน่วงและไอร้อนจากผิวกายของบุรุษเพศที่บดเบียดแนบชิดแทบจะทุกสัดส่วน ทำเอาหญิงสาวเบิกตากว้าง หายใจแทบไม่ออก ความกลัวจับขั้วหัวใจจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

เมื่อเห็นแม่กวางน้อยใต้ร่างแข็งทื่อ อดิกุลก็ยิ่งได้ใจ เขาซุกไซ้ปลายจมูกโด่งรั้นลงบนซอกคอระหงที่หอมกรุ่น กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ที่หอมละมุนราวกับแป้งเด็กชวนให้เขาสูดดมอย่างตะกละตะกลาม มือหนารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างที่พยายามจะทุบตีเขา ขึงตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดายด้วยมือเพียงข้างเดียว

“หอม...หอมเหลือเกินสาวน้อย” เสียงครางพร่าดังชิดริมหู

“หยุดนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ แกไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ” เมื่อตั้งสติได้ เมธาวารีก็ตวาดเสียงกร้าว พยายามเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสจาบจ้วงอย่างรังเกียจ

“สิทธิ์น่ะเหรอ” อดิกุลชะงัก ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากซอกคอหอมหวาน สองสายตาสบประสานกัน นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาและความยโสโอหัง “ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อตอนนี้ตัวเธอคือดอกเบี้ยที่พ่อของเธอเอามาประเคนให้ฉันเพื่อขัดดอก”

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง ฉันไม่รู้เรื่องหนี้สินที่คุณพ่อติดคุณเอาไว้เลยจริงๆ” เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผล เมธาวารีจำต้องกลืนศักดิ์ศรี ยอมใช้น้ำเสียงสั่นเครืออ้อนวอน หวังเพียงเสี้ยวความเมตตา

“ตอนนี้เธอก็รู้แล้วนี่”

อดิกุลจ้องมองดวงหน้าหวานล้ำอย่างหลงใหล หยาดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตากลมโตไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อน แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวให้พุ่งสูงขึ้น หญิงสาวคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด เพียงแค่ได้สูดดมกลิ่นกายและความพยศของเธอ ความเป็นชายของเขาก็ปวดหนึบจนแทบคลั่ง

“ฉัน...ฉันจะทำงานหาเงินมาใช้หนี้แทนคุณพ่อ แต่ขอร้อง ปล่อยฉันไปก่อนได้ไหมคะ”

“ถ้าเธอยอมพูดเพราะๆ กับฉันแบบนี้ตั้งแต่แรก เราคงคุยกันได้ง่ายขึ้น”

สิ้นคำพูด อดิกุลก็ฉวยโอกาสโน้มใบหน้าลงไปจรดปลายจมูกฝังความโด่งเป็นสันลงบนพวงแก้มอิ่มสีระเรื่ออย่างรวดเร็ว สูตดมความหอมเข้าปอดฟอดใหญ่ เล่นเอาคนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เมธาวารีแทบอยากจะกรีดร้องและข่วนหน้าหล่อๆ นั่นให้แหก แต่เธอก็พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นที่สุด หากอาละวาดตอนนี้ เธออาจจะเสียเปรียบและไม่มีโอกาสรอดไปได้

“คุณปล่อยฉันก่อนนะคะ ให้เราลุกขึ้นไปนั่งคุยเรื่องหนี้สินกันดีๆ ให้เป็นกิจจะลักษณะเถอะค่ะ” เธอต่อรอง พยายามขืนตัวหนี

“แต่ฉันชอบนอนคุยมากกว่า โดยเฉพาะคุยแบบที่ไม่มีเสื้อผ้ามาเกะกะ” อดิกุลพูดพลางแสยะยิ้ม เมื่อเห็นใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนอับอาย

“ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันอยากคุยเรื่องหนี้ของคุณพ่อจริงๆ”

“ก็ได้ ฉันจะยอมปล่อย แต่เธอต้องทำให้ฉันพอใจก่อน”

เมธาวารีขมวดคิ้ว มองคนข้างบนด้วยสายตาหวาดระแวง เขาต้องการให้เธอทำอะไรถึงจะพอใจ ความสงสัยฉายชัดผ่านดวงตากลมโตจนคนมองอดนึกเอ็นดูไม่ได้ ชายหนุ่มยอมรับกับตัวเองว่าเขาไม่เคยรู้สึกสนุกสนานและอยากเอาชนะผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อน แววตาแง่งอน ดื้อรั้น และหวาดกลัวเหมือนลูกแมวตัวน้อยของเธอ ทำให้เขาอยากจะขย้ำให้แหลกคามือ

“ฉัน...ฉันต้องทำยังไง” เมธาวารีเอ่ยถามเสียงสั่น

ไม่มีคำตอบหลุดออกจากริมฝีปากหยักลึก มีเพียงการกระทำอันจาบจ้วงที่มอบให้แทนคำอธิบาย อดิกุลโน้มใบหน้าลงมาบดคลึงริมฝีปากอิ่มของหญิงสาวอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป